สำนักงานปลัดบัญชีทหาร

วันสถาปนา วันอังคารที่ ๑๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๓

Profile

 

“รับคำสั่ง ทำทันที ทำให้ดีที่สุด” เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๓ ได้มีการปรับปรุงการจัด กรมเสนาธิการกลาโหม เป็นกองบัญชาการทหารสูงสุด โดยกำหนดให้มีสำนักงานปลัดบัญชีทหาร เป็นส่วนราชการฝ่ายเสนาธิการ แต่ปรากฏว่า ยังไม่ทันได้มีการจัดและกำหนดอัตราเจ้าหน้าที่ ได้มีการเปลี่ยนแปลงการแบ่งส่วนราชการของ กองบัญชาการทหารสูงสุด ใหม่อีกครั้งหนึ่งในปีเดียวกัน ซึ่งการแก้ไขครั้งนี้มิได้กำหนดให้มี สำนักงานปลัดบัญชีทหารไว้ด้วย คงกำหนดหน้าที่ “การจัดงบประมาณ” ไว้ในหน้าที่ของ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด เท่านั้น 
           ต่อมาเพื่อให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องการงบประมาณโดยตรง และมีรูปการจัดและอัตราที่ชัดเจน จึงได้กำหนดให้มี “สำนักงานงบประมาณ”เป็นหน่วยขึ้นตรงสำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด โดยมี พลโท เวก เชี่ยวเวช เป็นผู้อำนวยการ ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๑๓๑/๒๕๙๙๑ ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๓ ประกอบด้วยกำลังพลชุดแรก จำนวน ๑๒ อัตรา 
          ปีพุทธศักราช ๒๕๐๖ ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่การตรวจเงินขึ้น จึงได้มีการปรับปรุง ภารกิจการจัดและอัตราใหม่อีก โดยแบ่งการจัดออกเป็น ๑ แผนก และ ๓ กอง คือ แผนกธุรการ กองงบประมาณ กองควบคุมงบประมาณ และกองตรวจเงิน มีอัตรากำลังพลเพิ่มขึ้นเป็น๓๔ อัตรา โดยที่กองบัญชาการทหารสูงสุด ได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว มีส่วนราชการเพิ่มขึ้น ทำให้สถานที่ทำงานคับแคบลง 
          
ปีพุทธศักราช ๒๕๐๘ “สำนักงานงบประมาณ” จึงได้ย้ายที่ตั้งจากกระทรวงกลาโหมไป ณ อาคารกระทรวงวัฒนธรรมเดิมสนามเสือป่า เป็นการชั่วคราวในระหว่างการก่อสร้างอาคารใหม่ทดแทนในกระทรวงกลาโหม และ “สำนักงานงบประมาณ” ได้รับอนุมัติให้เพิ่มอัตรากำลังพลเป็น ๔๕ อัตรา เพื่อให้เพียงพอกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และเมื่ออาคารใหม่สร้างเสร็จแล้ว ก็ได้ย้ายกลับมาปฏิบัติงานที่อาคารใหม่แห่งนั้น ตั้งแต่วันที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๐๙ ซึ่งได้ทำพิธีเปิดเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๙ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดอาคาร 
          ปีพุทธศักราช ๒๕๑๒ กองบัญชาการทหารสูงสุด ได้ยกฐานะ “สำนักงานงบประมาณ” ขึ้นเป็น “สำนักงานปลัดบัญชีทหาร” ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ ๓๐/๑๒ ลงวันที่ ๓๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๒ โดยแบ่งส่วนราชการออกเป็น ๑ แผนก และ ๕ กอง คือแผนกธุรการ กองงบประมาณ กองควบคุมงบประมาณ กองตรวจเงิน กองจัดการ และกองตรวจสอบและวิเคราะห์ มีอัตรากำลังพลเพิ่มขึ้นเป็น๑๒๗ อัตรา และเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการบริหารงานตามแผนใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีข้อมูลที่มีอยู่ในมาตรฐานเดียวกันเป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจด้วยความสมบูรณ์ ครบถ้วน ถูกต้อง รวดเร็ว และทันเวลาอยู่เสมอ จึงได้รับการพิจารณาจากผู้บังคับบัญชาชั้นสูงให้จัดตั้งศูนย์กรรมวิธีข้อมูลขึ้น เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๓ ซึ่งเป็นผลให้ “สำนักงานปลัดบัญชีทหาร” มีอัตรากำลังพลทั้งสิ้น ๒๑๔ อัตรา 
          ปีพุทธศักราช ๒๕๓๒ ได้เปลี่ยนแปลงอัตราเฉพาะกิจโดยแยกงานการตรวจเงินในความรับผิดชอบออกไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตรวจบัญชีทหาร เพื่อให้งานตรวจสอบภายในของกองบัญชาการทหารสูงสุด มีความเป็นอิสระขึ้นตรงต่อผู้บังคับบัญชา และในปีเดียวกันนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้กรุณาอนุมัติโครงสร้างการจัดกองบัญชาการ-ทหารสูงสุด ใหม่ ซึ่งได้กำหนดให้ สำนักงานปลัดบัญชีทหาร เป็นกรมฝ่ายเสนาธิการร่วมขึ้นตรงกองบัญชาการ-ทหารสูงสุด และให้ศูนย์กรรมวิธีข้อมูล สำนักงานปลัดบัญชีทหาร เป็นหน่วยขึ้นตรง กองบัญชาการทหารสูงสุด โดยได้แก้ไขชื่อจาก “ศูนย์กรรมวิธีข้อมูล” เป็น “กรมการสนเทศทหาร” 
สำหรับภารกิจใหม่ของ สำนักงานปลัดบัญชีทหาร นั้น มีข้อแตกต่างในสาระสำคัญจากภารกิจเดิมอยู่หลายประการ จำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงการจัดและแบ่งมอบงานภายในของสำนักงานปลัดบัญชีทหารให้สอดคล้องกัน โดยเพิ่มหน่วยงานและอัตรากำลังพล เพื่อรองรับกับปริมาณงานอย่างเพียงพอที่จะปฏิบัติงานตามภารกิจใหม่ให้ลุล่วงไปได้ เรื่อง ระบบการวางแผน การทำกำหนดการ และการงบประมาณ เพื่อให้ส่งผลในการขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๓๗ ใช้เป็นหลักในการปฏิบัติงานทางด้านงบประมาณ ที่เน้นการวางแผนอันเป็นการพัฒนาระบบงานทางด้านงบประมาณของกระทรวงกลาโหมให้ก้าวหน้าต่อไปอีกระดับหนึ่ง 
          ปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ สำนักงานปลัดบัญชีทหาร จึงได้รายงานขอแก้ไขปรับปรุงอัตราเฉพาะกิจของสำนักงานปลัดบัญชีทหารใหม่ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับขอบเขตความรับผิดชอบ และปริมาณงานที่เพิ่มมากขึ้น และสอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการกองบัญชาการ-ทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พุทธศักราช ๒๕๓๓ รวมทั้งให้สามารถรองรับการปฏิบัติงานตามระบบงบประมาณที่เน้นทางด้านการวางแผนให้ลุล่วงไปอย่างมีประสิทธิภาพได้ ทั้งนี้ กองบัญชาการทหารสูงสุด ได้ออกคำสั่งให้ใช้อัตราเฉพาะกิจของสำนักงานปลัดบัญชีทหาร มีอัตรากำลังพลรวมทั้งสิ้น ๓๙๔ อัตรา หลังจากนั้นได้รายงานขอปรับปรุงอัตราเฉพาะกิจมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงภารกิจให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานในปัจจุบัน และยกเลิกการกำกับดูแลเหล่าทหารการเงินของ กองบัญชาการทหารสูงสุด 
          ปัจจุบันปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ สำนักงานปลัดบัญชีทหาร มีหน้าที่พิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบาย วางแผน อำนวยการ ประสานงาน กำกับดูแล และดำเนินการในด้านการปลัดบัญชี และสายวิทยาการปลัดบัญชีของกองบัญชาการทหารสูงสุด รวมทั้งประสานงานด้านการปลัดบัญชีกับเหล่าทัพ 
สำนักงานปลัดบัญชีทหาร มีการบริหารจัดการด้านงบประมาณในสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจค่าเงินบาท ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายด้านโครงการ จนสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์ และดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างในสายงานปลัดบัญชีของกองบัญชาการทหารสูงสุด และเหล่าทัพ ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมทั้งดำเนินการระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์จนสำเร็จลุล่วงด้วยดี